
ไม่ว่าคุณควรจะระมัดระวัง หรือมีสติสัมปชัญญะมากขนาดไหนก็ตาม ความผิดพลาดก็อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ ใครก็ตามไม่ว่าหญิงหรือชายหากไม่เคยทำผิดพลาดเลย นั่นยอมหมายความว่า พวกเขาก็ไม่เคยที่จะลงไม้ลงมือทำอะไรเลยเช่นกัน ดั้งนั้นจงเตรียมตัวคุณให้พร้อมที่จะเผชิญกับความผิดพลาดใดๆ การทำผิดพลาดบ้างนานๆครั้ง หรือน้อยครั้งถือเป็นเรี่องธรรมดา ดั้งนั้นผู้ที่ปฎิเสธความรับผิดชอบในความผิดพลาดของตนจึงจัดว่าเป็นคนโง่ และผู้ที่คิดว่าตนเองโง่ และผู้ที่คิดว่าตนเองไม่ทำอะไรผิดพลาดเลยก็เป็นสิ่งที่อันตราย ไม่ว่าพวกเขาจะเก่งการมีพรสวรรค์แค่ไหนก็ตาม และทัสนคติที่ยากจะเปลี่ยนแปลงนี้ก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในปัจุบันนี้เลย ผู้บริหารหลายคนมักไม่ชอบเลื่อนขั้นให้กับผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะยอมรับความผิดพลาดของอย่างสง่างาม
ถ้าความผิดพลาดของคุณถูกเปิดเผยขึ้นมา จงยอมรับความผิดพลาดนั้น แล้วกล่าวด้วยคำพูดต่อไปนี้
ดิฉัน/ ผม ขอโทษที่คำนวณตัวเลขผิดไป มันเป็นความผิดของ ดิฉัน/ ผม แต่ ดิฉัน/ผม สามารถที่จะทำรายงานขึ้นมาใหม่ได้ ดิฉัน/ ผม ขอปรับปรุงแก้ไขในคืนนี้ และพรุ่งนี้แล้ว ดิฉัน/ ผมจะรีบนำมาส่ง ค่ะ/ ครับ
ดิฉัน/ผม ทำข้อสรุปบางประเด็นของรายงานหายไป มันเป็นความผิดพลาดของ ดิฉัน/ ผมเอง ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ แต่ดิฉัน/ ผม ก็ยังมีส่วนที่จดโน้ตไว้อยู่ ดังนี้ ดิฉัน/ ผม จะทำใหม่ในช่วงบ่ายวันนี้ และที่สำคัญที่สุด อย่าโทษว่ามันเป็นความผิดของผู้อื่น
ถ้าคุณร้องขอ หรือเรียกร้องบางสิ่งบางอย่าง เช่น โครงการใหม่ ทรัพยากรเพิ่มเติม หรือการอบรม แล้วกับถูกปฎิเสธ จงยอมรับมันอย่างมีเหตุผล สงบและเยือกเย็น พร้อมกับค้นหาแนวคิดอื่นๆ ขึ้นมาแทนในสิ่งที่ถูกปฎิเสธ กลยุทธ์ดีอย่างหนึ่งก็คือ ให้ส่งจดหมายสั้นๆ อาจจะส่งทางอีเมล์ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเพิ่งถูกปฎิเสธมา โดยอาจจะใส่เนื้อความดังนี้ ขอบคุณที่ช่วยพิจารณาความคิดของ ดิฉัน/ ผม ดิฉัน/ ผม แล้วว่ามันจำเป็นที่จะต้องได้รับการค้นคว้า ศึกษาเพิ่มเติมขึ้นอีก ดิฉัน/ ผม จะนำคำแนะนำของคุณไปคิด และจะนำแนวคิดใหม่กลับมาให้คุณพิจารณาอีกครั้ง ขอบคุณค่ะ/ ครับ ในจดหมายของคุณควรจะอ้างถึงความคิดที่ทำให้แนวคิดของคุณถูกปฎิเสธ เพื่อที่จะได้แสดงว่าคุณเข้าใจมุมมองของหัวหน้าคุณอย่างชัดเจนดีแล้ว
จากวิธีคิดข้างต้นนี้ จะไม่ทำให้อาชีพของคุณตกอยู่ในความเสี่ยง ลูกจ้างจำนวนมากมักไม่เคยเสนอความคิดแม้แต่ความคิดเดียว เพื่อปรับปรุงบริษัทของตนให้พัฒนาขึ้น ดังนั้นพนักงานที่นำเสนอแนวคิด ความคิดเห็นต่างๆเหล่านี้ จึงมีประโยชน์และมีคุณค่า มากกว่าคนที่คิดอะไรมากนัก
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
หากบริษัทจำเป็นจะต้องลดจำนวนพนักงานลง คุณก็ควรร่วมแบ่งเบาภาระหน้าที่เช่นกัน การลดจำนวนพนักงานนี้จะส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน ดังนั้นจงพยายามรักษากำลังใจของพนักงานไว้ อย่าปล่อยให้พวกเขาจมปลักอยู่กับความซึมเศร้าและเสียขวัญ หากผู้บังคับบัญชาของคุณเป็นผู้มาบอกกับพนักงานทั้งหลายเองว่าหลายๆคนกำลังถูกปลดออก แน่นอนนั่นก็หมายความว่า ตัวเขาเองนั้นก็ต้องเผชิญกับภาระกิจที่ยากลำบากมากเช่นกัน แต่ถ้าคุณรับความพ่ายแพ้นี้โดยดุษฎีแล้ว คุณก็จะจมลงสู่ความยากลำบากตามไปด้วยอย่างแท้จริง
ความทรหดอดทน อาจจะเป็นจุดแข็งที่ดีสุดของคุณที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ควบคุมจำเป็นที่จะต้องพุ่งประเด็นไปที่การเลื่อนตำแหน่ง ควบคู่กับการรับมือกับงานในความรับผิดชอบของคุณไว้ให้ดีเสมอ นั่นก็หมายความว่า คุณต้องเติมพลังงานให้ตัวของคุณพร้อมที่จะทำงานอยู่ตลอดเวลาหลายคนมักมีอาการปวดศีรษะ (ไม่สามารถทำงานต่อไปได้) ในช่วงบ่ายเป็นครั้งคราว คุณเคยเผชิญกับความรู้เหล่านี้บ้างหรือเปล่า ?
คุณสามารถที่จะเอาชนะช่วงเวลาในบางขณะที่รู้สึกว่ามันเลวร้ายได้ หากคุณเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานเสียบ้างโดย
- จัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ เช่น ลิ้นชัก โต๊ะทำงาน ชั้นตั้งโชว์ ฯลฯ
- เพิ่มรายชื่อใหม่เข้าไปในฐานข้อมูล แล้วลองทำการติดต่อดู
- ซื้อลูกกวาดหรือขนมขบคึ้ยวมาแบ่งกันรับประทาน
- อีเมล์หาเพื่อนที่มองโลกในแง่ดี เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน
สิ่งที่แย่ที่สุดที่อาจจะเกิดกับคุณได้ก็คือ คุณคิดว่าการเลื่อนขั้นในครั้งนี้คุณจะต้องได้รับเลือกการเลื่อนอย่างแน่นอน แต่การณ์กลับเป็นว่าผู้อื่นนั้นได้รับเลือกแทน คุณอาจจะคิดว่าสิ่งนี้คือความพ่ายแพ้อย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ตามจงยิ้มเข้าไว้ แสดงความยินดีกับพวกเขา คุณควรกลับไปปรับปรุงแผนงานเพื่อการเลื่อนขั้นของคุณต่อไป ที่ผ่านมาคุณอาจจะทำแผนงานของคุณเร็วไปเล็กน้อย มันคงยังไม่ถึงเวลาของคุณ คุณอาจต้องทำงานให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยก็เป็นได้ นอกเหนือไปจากนั้นอย่ารู้สึกแค้นใจหรือหัวเสีย การเลื่อนขั้นครั้งต่อไปน่าจะเป็นโอกาสของคุณ

คุณกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ย่ำแย่หรือเปล่า ? คุณจำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วนที่สุด ถ้าหากคุณต้องการกลับไปสู่หนทางแห่งการเลื่อนขั้นก็อาจจะใช้วิธีดังต่อไปนี้
- ซื้อหนังสือปกอ่อนเล่มใหม่ ที่เขียนโดยผู้แต่งที่คุณชื่นชอบ หรือเล่มที่ทำให้คุณเกิดแรงบันดาลใจ
- เปลี่ยนจุดสนใจในตัวคุณเอง โดยอ่านนิตสารเล่มใหม่สัก 2 เล่มในเรื่องที่คุณสนใจ
- เข้ารับการบำบัดด้วยกลิ่นน้ำมันหอม (Aromatherapy)และกลิ่นกุหลาบเจอราเนียม จะช่วยคลายความเครียดและความกดดันต่างๆได้ดี
- เล่นกีฬา เช่น แบดมินตัน ว่ายน้ำ หรือเทนนิส จงเลือกเล่นกีฬาที่คุณทำได้ดี หรืออยากที่จะเล่น
สิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์น้อยที่สุดต่อการเสริมสร้างพลังในการทำงาน ก็คือ การที่คุณต้องทำงานร่วมงานผู้ซึ่งมักจะขี้เกียจและเบื่อหน่ายการทำงาน คุณอาจจะต้องฟังเสียงบ่นทั้งวัน และบางที่ก็ทำให้คุณนั้นไม่ประสบความสำเร็จ (ซึ่งมันก็เป็นการทำลายหนทางสู่การเลื่อนขั้นของคุณ)
สิ่งที่ไม่จำเป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่คุณกลับบ้านในตอนเย็น และนั่งจ้องกำแพง จับเจ่าอยู่ในห้องแคบๆคุณน่าที่จะเพิ่มพลังบางอย่างให้กับตัวคุณ แทนที่จะมานั่งจมปลักอยู่กับความสิ้นหวัง เช่น การอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ทำอาหาร หรืออาจจะดื่มไวน์คูลเลอร์สักแก้ว
และที่สำคัญ คุณไม่จำเป็นที่จะต้องบอกความรู้สึกที่ยากจะอธิบายนี้กับหัวหน้าของคุณ หรือแม้แต่จะบ่นว่าคุณรู้สึกไม่ยุติธรรม ซึ่งนอกจากหัวหน้าของคุณจะมองว่าคุณคิดมากและไร้สาระแล้ว โอกาสในการได้รับเลื่อนขั้นของคุณ ก็ดูจะเลือนลางลงไปด้วยเช่นกัน
อุปสรรคของการเลื่อนขั้น อาจเกิดขึ้นได้จากตัวคุณเองโดยการคิดในทางลบ ซึ่งเป็นการทำร้ายตัวคุณเอง ดังนั้นแทนที่จะมานั่งคิดว่า มันแย่มากเลย ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ฉันคงจะไม่ได้รับการเลื่อนขั้นแน่ในคราวนี้ ก็ควรจะกลับมาคิดเสียใหม่ว่า ฉันรู้สึกแย่จัง แม้ว่าตอนนี้ฉันยังไม่รู้สึกดี แต่ฉันก็หวังว่ามันน่าจะดีขึ้นในไม่ช้า ฉันหวังว่าฉันจะได้เลื่อนขั้นสักวัน
หมายเหตุ : คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับการปฎิบัติตัวให้สงบเยือกเย็น เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคต่างๆ
ได้ที่ www.calmcentre.com
ที่มา : หนังสือ : "ทำงานอย่างไรให้เลื่อนขั้น"